--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อัจฉริยะ 100 หน้า หน้าที่พลเมือง
|
ผู้แต่ง : ทสมล ชนาดิศัย
|
Barcode : 9786161806675
|
ISBN : 9786161806675
|
ปีพิมพ์ : 1 / 2558
|
ขนาด (w x h) : 170 x 200 mm.
|
ปก / จำนวนหน้า : ปกอ่อน / 104 หน้า
|
| -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
หน้าที่พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย
บุคคลจะเป็นพลเมืองดีของสังคมนั้น ต้องตระหนักถึง บทบาท หน้าที่ ที่จะต้องปฎิบัติสอดคล้องกับหลักธรรม วัฒนธรรม ประเพณี และรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ รวมทั้งบทบาททางสังคมที่ตนดำรงอยู่เมื่อสามารถปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ย่อมเกิดความภาคภูมิใจ และเกิดผลดีทั้งต่อตนเองและสังคม การเป็นพลเมืองที่ดีเคารพกฎหมาย เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น มีความกระตือรื้อร้น ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชุมชนและสังคม มีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นหลัก ในการดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข
พลเมืองดี หมายถึง ผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่พลเมืองได้ครบถ้วน ทั้งกิจที่ต้องทำ และ กิจที่ควรทำพลเมืองดี ในวิถีประชาธิปไตย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของคำต่างๆดังนี้พลเมืองหมายถึงชาวเมืองชาวประเทศ ประชาชนวิถี หมายถึง สาย แนว ทาง ถนนประชาธิปไตย หมายถึง รูปแบบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่ ถือเอาเสียงข้างมากพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย จึงหมายถึง พลเมืองที่มีคุณลักษณะที่สำคัญ คือเป็นผู้ที่ยึดมั่นในหลักศีลธรรมและคุณธรรมของศาสนา มีหลัการทางประชาธิปไตยในการดำรงชีวิต ปฎิบัติตนตามกฎหมาย ดำรงตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาสังคม และ ประเทศชาติ ให้เป็นประเทศประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ตามหลักประชาธิปไตย
ถ้าพลเมืองดีไม่ยื่นมือ สังคมก็เป็นสุขกันไม่ได้
การเป็นพลเมืองดีบางครั้งไม่มีใครอยากเป็น เพราะคิดว่าไม่คุ้มหากสิ่งที่ทำลงไปส่งผลร้ายมาหาตัวเอง การเลือกที่จะยืนดูหรือทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับการกระทำของคนที่กำลังทำร้ายใครคนหนึ่ง
เมื่อพลเมืองดีต้องเจ็บตัว ถูกรุมทำร้ายอาการปางตาย เหตุเพราะเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อสาวที่ถูกทรชนลวนลาม เรื่องราวการเคราะห์ร้ายแบบนี้ได้ยินกันบ่อยว่าคนที่ประพฤติตัวเป็นพลเมืองดีต้อง“ซวย” ถูกทำร้ายบาดเจ็บ บางรายถึงแก่ชีวิต จนเป็นสาเหตุให้คนไม่กล้าทำดี หรือเป็นพลเมืองดี กลายเป็นว่าพบเห็นใครถูกทำร้ายก็จะไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เอาตัวเองปลอดภัยไว้ก่อน
ถ้าในสังคมมีแต่คนคิดเอาตัวรอดคงจะมีแต่เรื่องน่าอเนจอนาถใจเกิดขึ้นซ้ำซาก จึงอยากจะฝากว่า ถ้าเราจะช่วยใครแต่ว่ากลัวเกิดสิ่งไม่ดีขึ้นกับตนเอง ก็ขอให้ใช้ความฉลาดมาช่วย หรือช่วยแบบฉลาดๆ ไม่ว่าจะหาแนวร่วมมาช่วย หรือโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาช่วย ถ้าลำพังตัวเราคนเดียวช่วยเขาไม่ได้ก็ต้องทำแบบนี้
อยากจะฝากสังคมไทยไว้อีกเรื่องคือ หากใครที่กระทำตนเป็นพลเมืองดีขอให้สังคมช่วยกันเชิดชู และหากเขาต้องเจ็บก็ขอให้สังคมช่วยกันเยียวยาอย่างเต็มที่ ให้กำลังใจกัน แต่ถ้าถึงตายสังคมควรระดมทุนมาช่วยกัน และรัฐบาลต้องลงมาเล่นกับเรื่องแบบนี้ ทำให้คนดีๆกล้ายื่นไม้ยื่นมือมาช่วยเหลือกัน ไม่ปล่อยให้ใครถูกรังแกโดยเอาแต่มอง ไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือ
เวลานี้ไม่มีอะไรที่จะเข้าไปช่วยเหลือสังคมได้ดีเท่ากับการขจัดความเลวด้วยรางวัล ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรยังมีโครงการทำดีลดหนี้ ธ.ก.ส. ฉะนั้นเราควรจะต้องมีอะไรที่สามารถดึงดูดให้คนมาทำความดีบ้าง เพื่อที่จะได้เป็นกำลังใจแก่คนที่คิดทำดี แต่บางครั้งกลัวว่าจะประสบเคราะห์กรรมแล้วไม่มีใครดูแล อย่างน้อยอาจทำให้สังคมนี้มีคนดีเพิ่มขึ้น ไม่เกรงกลัวคนร้าย เพราะมีกำลังใจบวกกับความฉลาด
ดังนั้น ขอให้มาเป็นพลเมืองดีกันเถอะ แต่เป็นแบบฉลาด เพื่อจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวกับพวกที่ทำไม่ดี
ถ้าในสังคมมีแต่คนคิดเอาตัวรอดคงจะมีแต่เรื่องน่าอเนจอนาถใจเกิดขึ้นซ้ำซาก จึงอยากจะฝากว่า ถ้าเราจะช่วยใครแต่ว่ากลัวเกิดสิ่งไม่ดีขึ้นกับตนเอง ก็ขอให้ใช้ความฉลาดมาช่วย หรือช่วยแบบฉลาดๆ ไม่ว่าจะหาแนวร่วมมาช่วย หรือโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาช่วย ถ้าลำพังตัวเราคนเดียวช่วยเขาไม่ได้ก็ต้องทำแบบนี้
อยากจะฝากสังคมไทยไว้อีกเรื่องคือ หากใครที่กระทำตนเป็นพลเมืองดีขอให้สังคมช่วยกันเชิดชู และหากเขาต้องเจ็บก็ขอให้สังคมช่วยกันเยียวยาอย่างเต็มที่ ให้กำลังใจกัน แต่ถ้าถึงตายสังคมควรระดมทุนมาช่วยกัน และรัฐบาลต้องลงมาเล่นกับเรื่องแบบนี้ ทำให้คนดีๆกล้ายื่นไม้ยื่นมือมาช่วยเหลือกัน ไม่ปล่อยให้ใครถูกรังแกโดยเอาแต่มอง ไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือ
เวลานี้ไม่มีอะไรที่จะเข้าไปช่วยเหลือสังคมได้ดีเท่ากับการขจัดความเลวด้วยรางวัล ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรยังมีโครงการทำดีลดหนี้ ธ.ก.ส. ฉะนั้นเราควรจะต้องมีอะไรที่สามารถดึงดูดให้คนมาทำความดีบ้าง เพื่อที่จะได้เป็นกำลังใจแก่คนที่คิดทำดี แต่บางครั้งกลัวว่าจะประสบเคราะห์กรรมแล้วไม่มีใครดูแล อย่างน้อยอาจทำให้สังคมนี้มีคนดีเพิ่มขึ้น ไม่เกรงกลัวคนร้าย เพราะมีกำลังใจบวกกับความฉลาด
ดังนั้น ขอให้มาเป็นพลเมืองดีกันเถอะ แต่เป็นแบบฉลาด เพื่อจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวกับพวกที่ทำไม่ดี
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันสอดคล้อง 9 ข้อพ่อสอนไว้ "นิสัยแห่งความดี" ด้านต่างๆ ดั่งนี้
1.ความพอดี เช่น การวางให้พอดี ตั้งใจเกินไปมากมันก็เลยไป ปล่อยเกินไปมันก็ไม่ถึง เพราะขาดความพอดี ธรรมดาจิตเป็นของไม่อยู่นิ่ง เป็นของมีกิริยาไหวตัวอยู่เรื่อย ฉะนั้นจิตใจของเราจึงไม่มีกำลัง
การทำจิตใจของเราให้มีกำลัง
2.ความเพียร เช่น ความเพียรมีจริงๆ แต่เคยเป็นเราเพียร และเคยคิดเอาเอง เพียรบ้าง ไม่เพียรบ้าง เดี๋ยวเพียร เดี๋ยวไม่เพียร ก็เป็นเรื่องไม่รู้จักธรรมะตามความเป็นจริง จะเห็นได้ว่า ถ้าไม่รู้จักธรรมะแล้ว
3.ความรู้ตน เช่น ถ้าผู้ใดนำข้อความพวกนี้ไปใช้และฝึกฝนจิตใจตนเองให้มีความกว้างขวาง เขาก็จะพบกับความสุขอันแท้จริงในใจของตนเองซึ่งเป็นความสุขที่ไม่มีเงื่อนไขและมีอิสระจากความทุกข์ทั้งปวง
4.คนเราต้องรับและจะต้องให้ เช่น การที่เรานั่งสมาธิแล้วเรามีจิตที่สงบเราก็ช่วนคนที่เครียดๆหรือมีจิตไม่สงบก็ชวนเขามานั้งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ
5. อ่อนโยนแต่ไม่ออ่นแอ เช่น สภาวะจิตปัญหาต่างๆ ของเราอันดับแคบและคอยแต่สนองอัตตานั้น เป็นเพียงจิตที่กำลังถูกปัญหาต่างๆ ถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกันเราต้องสู้ๆ
6. พูดจริงทำจริง เช่น การที่เรามีจิตที่ไม่นิ่ง แล้วเราฝึกจนนั่งสมาธิได้สำเร็จ
7. หนังสือเป็นออมสิน เช่น หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มุ่งหมายให้ทานต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตไปโดยสิ้นเชิงหากแต่เป็นการสอนถึงวิถีการดำรงชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
8. ความซื่อสัตย์ เช่น ถ้าเราลองใช้เวลาเงียบๆ เพื่อไตร่ตรองควมคิดนี้ เราจะตระหนังว่า เพื่อที่จะพัฒนาและมีความเจริญในสันติภาพ
9. การเอาชนะใจตน เช่น เมื่อไรที่เราสามารถเข้วถึงสภาวะ มหาสติ ได้ เราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น