Translate

รองเท้ากลางสายฝน

Image result for หนังสือเรื่องรองเท้ากลางสายฝน
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
                                                  
                                                   ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
     ผู้แต่ง : แพรพลอย
     สถานที่พิมพ์ : สนักพิมพ์ในเครือนานมีบุ๊ค 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    
   หลังจากกลับจากโรงเรียนเย็นวันนั้น ผมได้ยินเสียงคนถกเถียงกันอยู่หลังบ้าน จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ และแม้ไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่เสียงพูดคุยที่ดังขึ้นเรื่อยๆนั้นทำให้ผมยืนนิ่ง และหลังจากปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เป็นวันที่ผมรู้สึกหดหู่ในชีวิต เห็นใจเถอะค่ะพี่วัฒน์ วิพร้อมแล้วที่ข้าวจะต้องรุ้ความจริง คุณอาวิภาน้องสาวของพ่อขอร้องแกมบังคับเสียงเครียด แต่ผมได้ยินพ่อทำเสียงเยาะใส่ว่า "เธอก็เห็นเเก่ตัวตามเคยนะวิ  เมื่อก่อนเธอยังไม่พร้อม เธอคิดจะดูแลเด็กคนนี้ไหม " วิไม่เคยลืมบุณคุณพี่กับพี่เเหวน เพราะอย่างนี้วิอยากเอาตาข้าวกลับไปเลี้ยงเอง พี่สองคนลำบากมาเยอะแล้ว วิอยากทำหน้าที่แม่บ้าง" ทุกคนเงียบไป มีเสียงอาวิภาพูดว่า "ทุกคนมีสิทธิ์รู้ชาติกำเนิดของตัวเองนะพี่วัฒน์ เราจะปิดแกอีกนานไม่ได้หรอก  เอาอย่างนี้ ให้ตาข้าวเป็นคนเลือกไปเลยว่าจะอยู่กับใคร ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ เพราะลูกยังเด็กเกินไปที่จะรับรู้ความจริงในตอนนี้ แกก็พึ่งสอบเข้ามอหนึ่ง พึ่งย้ายเข้าโรงเรียนใหม่ ข้าวต้องปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะให้ลูกรู้เรื่องนี้ไม่ได้เราคุยกันแล้วว่าจะบอกแกตอนจบมหาลัยแล้ว  แต่วิอยากเอาตาข้าวไปอยู่ออสเตรเลียด้วยพี่ก็รู้ จอห์นยินดีส่งเสียทุกอย่าง ตาพี่สองคนเห็นแกอนาคตหลานก็ปล่อยตาข้าวไป ตาข้าวมีสิทธ์เลือกว่าจะอยู่กับคนที่ต้องการเขาหรือคนที่เขาต้องการ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ไม่ใช่วันนี้ น้ำเสียงของแม่อ้อนวอน " หลาน! ผมเป็นหลานของพ่อกับแม่เองหรอกหรือ ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย" ผมเป็นลูกอาวิจริงๆหรอคับพ่อ น้ำตาของผมไหลคลอเบ้าพ่อขณะดึงตัวผมไปใว้กอดแน่น และผมไม่เคยรู้สึกแย่เท่าวันนี้มาก่อนในชีวิต และหลังจากนั้นอาวิมาหาและเล่าความจริงให้ฟังเพราะอะไรเธอถึงทิ้งผมไป "ผมมีสิทธิ์เลือกใช่ไหมครับ ผมเห็นอาวิทำหน้าตื่นเต้นและยินดีขณะที่พ่อกับแม่ทำหน้าซึมกว่าเดิม ผมเห็นทั้งคู่กลั้นน้ำตาเอาไว้" ผมจะไปอยู่กับอาวิในช่วงปิดเทอมนี้  แต่ผมจะอยูกับพ่อแม่ที่บ้านหลังนี้ตลอดไป เพราะผมเป็นลูกของพ่อกับแม่ คำพูดของผมทำเอาพ่อกับแม่ยิ้มทั้งน้ำตา  และหลังจากนั้นอาวิพยายามเกลี้ยกล่อมผมอยู่หบายครั้งให้ลองทบทวนคิดใหม่ แต่ผมยืนยันคำเดิม เราใช้เวลาอยูาด้วยกันในช่วงปิดเทอม อาจอร์นสามีใหม่ของอาวิก็ดีกับผมมาก แต่ผมรักและผูกพันพ่อกับแม่ ที่เลี้ยงดูผมมาตั้งแต่แบเบาะ  ผมไม่ได้รังเกียจและโกรธแค้นอาวิผมเห็นใจเธอ แต่ผมรู้ว่าไม่มีใครรักและเสียสละเพื่อผมเท่าพ่อกับแม่.

   สามารถไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันสอดคล้อง9ข้อพ่อสอนไว้ นิสัยแห่งความดีด้านต่างๆดังนี้
1.จงอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ เช่น ผมเข้าไปถามพ่อว่า ผมลูกอาวิจริงๆหรอครับ แล้วพ่อก็กอดผมอย่างอ่อนโยนโดดยที่ไม่พูดอะไรเลย
2.การเอาชนะใจตนเอง เช่น ถึงผมได้รู้ทีหลังว่าอาวิหรอกที่เป็นแม่ของผมจริงๆ แต่เขาก็ไม่เคยเลี้ยงผมมาเลย  แต่ผมก็ไม่โกรธแค้นอาวิเลย เพราะผมก็คิดว่าเขาก็มีปัญหาบางอย่างที่ไม่ได้เลี้ยงดูผมมา
3.หนังสือเป็นออนสิม เช่น คนเราทุกคนมีสิทธิ์ว่าจะอยู่กับคนที่ต้องการเขาหรือคนที่เขาต้องการ
4.ความเพียร เช่น พ่อกับแม่มีความพยายามในการเลี้ยงดูผมให้เป็นคนดี ในทั้งๆที่ผมไม่ได้เป็นลูกพ่อกับแม่
5.ความรู้ตน เช่น ถึงผมจะรู้ว่าอาวิเป็นแม่ของผมจริงๆ และพ่อแม่ที่เลี้ยงดูผมอยู่ตอนนี้ไม่ใช่พ่อแม่ของผม แต่ผมก็เลือกที่จะอยู่กับเขาไปตลอด เพราะเขาเลี้ยงดูผมมาตั้งแต่แบเบาะ.
6.ต้องเป็นทั้งผู้รับ เป็นทั้งผู้ให้ เช่น พ่อกับแม่ของผมซึ่งเป็นพ่อแม่บุณธรรมได้ให้ความรักกับผมเหมือนพ่อแม่ที่แท้จริง
7.ความซื่อสัตย์ เช่น อาจอห์นสามีใหม่ของอาวิรักและซื่อสัตย์ต่ออาวิมาก เพราะตอนที่ผมไปอยู่กับอาวิอาจอห์นก็ดีกับผมมาก.
8.พูดจริง ทำจริง เช่น อาวิบอกว่าจะพาผมไปลองอยู่ที่บ้าน ถ้าอยู้ไม่ได้ก็ให้กลับมาอยู่กับพ่อแม่และในเมื่อผมอยู่ไม่ได้อาวิก็ยอมให้ผมกลับมาอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่.
9.รู้จักความพอดี เช่น อาวิรู้ตัวดีว่าเขาไม่ได้เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก อาวิจึงเคารพในการตัดสินใจของผม.    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น